กาแฟ กับ สำคัญมั่นคงคือความตาย
posted on 30 Jun 2009 21:44 by royyim
เช้าวันศุกร์วานนี้ ต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เพราะต้องไปทำหน้าที่ ''ผู้รักษาประตู'' เนื่องจากไอ้เจ้าบรรดา ''กองหน้ากล้าตาย'' ทั้งสาม โรงเรียนเขามีคิวพาไป ''เที่ยว'' เอ้ย...เขาเรียกว่า ''ทัศนศึกษา'' ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เลยต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เพราะล้อรถปรับอากาศเขาจะหมุนอีตอนหกโมงครึ่ง
กลับถึงบ้านก็เลยพานนอนต่อไม่ได้ พลันก็เลยคว้าถ้วยกาแฟคั่วบดพันธุ์ ''บราซิล'' ที่เวลาชง กลิ่นหอมมันจะฟุ้งไปถึงข้างบ้าน มานั่งจิบฆ่าเวลาระหว่างที่กำลังนึกๆ ว่าเสาร์นี้จะพาไปกินอะไรกันดี พลันก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า น่าจะเขียนเรื่อง กาแฟ นี่แหละ...เรื่องกลิ่นหอมฟุ้งไปถึงข้างบ้านนี่ไม่ได้ โม้นะ ข้างบ้านเขาเดินมาถามจริงๆ ว่า พี่เตี้ยกินกาแฟยี่ห้ออะไรทำไมมันหอมอย่างนี้
สมัยก่อน สนจ. กินกาแฟแบบลิ้นจระเข้ คือไม่ได้รู้รสอะไรมาก ขอให้มันเป็นกาแฟ ส่วนจมูกก็ดมอะไรไม่รู้เรื่อง เพราะกลิ่นบุหรี่มันกลบหมด เพราะดูดกันวันละอย่างต่ำๆ ก็สองซอง สมัยที่ยังสูบ สนจ. มีอัตราสูบวันละเกือบเท่านี้แหละ ยิ่งตอนเขียนหนังสือ ปั่นต้นฉบับด้วยละก็....ฮา กาแฟนี่วันละห้าหกแก้วเป็นอย่างน้อย กาแฟดำใส่น้ำตาลหน่อยเดียว ครีมเทียมหรือนมนี่แพ้ เฉพาะไอ้อย่างหลังนี่มีเอาไว้ให้ จับอย่างเดียว ไม่ใช่เอาไว้ดื่ม...ฮา
ไอ้ที่กินก็กาแฟสำเร็จรูปนั่นแหละ ลองมันมาหมด เนส มอค เทสเตอร์ เวลาไปกินตามโรงแรมก็ไม่ค่อยจะได้ใส่ใจหรอกว่า มันกาแฟสำเร็จรูป หรือกาแฟที่ชงจากกาแฟเมล็ดคั่วแล้วเอามาบดละเอียด ผ่านกระบวนการชงของ เครื่องที่มีหม้อกรอง มีแรงอัดของไอน้ำ ฯลฯ
มารู้จักครั้งแรกก็ราวๆ ปี 37 พรรคพวกบรรณาธิการข่าวคนหนึ่งเขาไม่กินกาแฟผงสำเร็จร ูป เขาจะกินกาแฟที่ชงจากกาแฟคั่วบด เหมือนที่เรากินกันตามร้านกาแฟที่เรียกกันว่า โกปี้ หรือกาแฟโบราณนั่นแหละ เขามีอุปกรณ์ครบครันครับ สมัยนั้นร้านกาแฟคั่วบดยังไม่ฮิตระเบิดเหมือนสมัยนี้ พอๆ กับกิจการสปานั่นแหละ
สนจ. ได้กลิ่น ได้ลิ้มรสแล้ว เริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย..เข้าท่าโว้ย ก็เลยลงทุนควักเงินซื้อ
หม้อ ต้มยี่ห้อ Braun มาใบ อีตอนซื้อจะซื้อแบบชงได้แก้วสองแก้วก็ดูจะทุเรศตัวเอ ง เพราะตัวเองเป็น บก.ข่าว มีลูกน้องเยอะแยะ เอามาชงไว้ในห้องทำงาน จะนั่งกินมันคนเดียวนี่ก็ดูจะใช่ที่ ก็เลยซื้อหม้อที่ชงได้ 12 แก้ว มันเสียเลย สมัยโน้นสองพันกว่าบาท
เสร็จแล้วก็ตั้งกติกาว่า นักข่าว ''กินฟรี'' หัวหน้าข่าวค่ากาแฟคนละ 200/เดือน ที่เหลือ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว มีข้อแม้ แก้วใครแก้วมันหากันมาเอง และที่สำคัญ ''ห้ามเขี่ยขี้บุหรี่ใส่จานรองแก้วกาแฟให้กูเห็น กูรังเกียจ กินกาแฟราคาผู้ดี เสือกทำตัวแบบไพร่ไม่ชอบ''.....ฮา
ส่วนกาแฟเมล็ดแบบคั่วบด ก็ต้องให้เด็กส่งเอกสารไปซื้อหา ไม่ที่ ฟู้ดแลนด์ ก็ที่ วิลลา ที่อื่นๆ อย่าได้ไปหา สมัยเฟื่องๆ มีเงินเดือนประจำ กาแฟรสบราซิล โลละสองพันนี่ สนจ. กินหน้าตาเฉย บางทีก็เปลี่ยนไปลอง บลูเมาท์เท่น อาบริก้า หรือพวกผสมแบบเบลนด์ แต่ตอนนี้ มีไม่มีๆ ซูซูกิก็ยังดีวะ....ฮา
หลังจากนั้น สนจ. ก็กลายเป็นพวก ''กาแฟมาเนีย'' ก่อนที่เขาจะมาฮิตติดระเบิดกันทั้งเมืองเอาตอนนี้เสี ยอีก พูดแล้วจะหาว่าคุย...ก็คุยนั่นแหละ....ฮา
ไปเมืองนอกไม่ว่าเมืองไหน อย่างหนึ่งที่จะต้องทำก็คือ ซื้อกาแฟเมล็ดคั่วบดของเมืองนั้นกลับมาเมืองไทย เพราะ ''สนนราคา'' ถูกกว่า เมื่อเทียบราคากันแล้ว นอกเหนือไปจากนั้นก็ อุปกรณ์การกิน ไม่ว่าจะเป็นถังหรือกระป๋องเก็บกาแฟ เครื่องบดแบบแมนน่วลหรือบดด้วยมือ โถใส่น้ำตาล และที่สำคัญที่สุด ถ้วยกาแฟ....
สนจ. เคยซื้อถ้วยกาแฟที่เป็นพอสซาเลน หรือเครื่องปั้นดินเผากระเบื้องเคลือบ คือถ้ามันมีหลายใบก็คงงั้นๆ แต่ใบที่คว้ามามันมีแบบและลายที่ซื้ออยู่แค่ ''ใบเดียว'' เป็นงาน ''ศิลปะ'' ของศิลปินญี่ปุ่น มีใบประกาศนียบัตร บอกชื่อเสียงเรียงนามของคนทำเสร็จสรรพ ส่วนมันจะมีแค่ ''ใบเดียว'' ในโลกหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้
สนนราคาเหรอ..อย่าไปรู้เลย บอกไปแล้วจะหมั่นไส้ สนจ. กันเปล่าๆ แล้วยังจะด่า สนจ. อีกว่า ก็ไหนเห็นมันเขียนอยู่ตลอดเวลาว่า เป็นนักเขียนจน..จน ....ฮา ไอ้เรื่องพรรค์อย่างนี้นะครับ มันเป็นเรื่อง กิเลส น่ะ ข้าวไจยยย ไหม ก็ของมันชอบ...ฮา
อีตอนแม่บ้านทำหล่นแตกนี่หัวใจสลายกันเลยแหละ ไม่กล้าโวยวายเพราะขี้เกียจตอบคำถามว่า กะอีแค่แก้วกาแฟใบเดียว ทำไมจะต้องโวย เพราะถ้าน้องรู้ว่าพี่ซื้อมาใบละเท่าไหร่ น้องคง ''ด่าเช็ด'' เชื่อไหมว่า สนจ. ได้ไปญี่ปุ่นอีกหลังจากนั้น สนจ. อุตส่าห์ด้นดั้นกลับไปร้านเดิม เพื่อจะหาซื้ออีกใบ เอาหลักฐานเก่าไปยืนยัน คนขายบอกว่า มีใบเดียวคร้าบ หมดแล้วหมดเลย
ทุกวันนี้ สนจ. มีเป็นคอลเลกชั่นเลยครับ แก้วกาแฟดีไซน์แปลกๆ ถังไม้ใส่กาแฟจากจาเมกา เครื่องบดด้วยมือทำจากอิตาลี ส่วนหม้อชงเปลี่ยนมาเป็นใบที่สองแล้ว หลังจากใบเก่าพังและ ''ตกรุ่น'' ส่วนกาแฟก็ลดวิทยฐานะจาก ซื้อกันโลละเป็นพันบดกันสดๆ เห็นๆ มาซื้อที่เขาบรรจุใส่ซองขนาด 250 กรัม สนนราคาไม่เกิน 150 บาทมากิน
เว้นจากร้านอาหารเล็กๆ ก็ร้านกาแฟนี่แหละที่ ''อยากเปิดกิจการ'' เป็นของตัวเอง ถ้ามีปัญญานะ หมายถึงเงินทุนน่ะ....ฮา
ระหว่างกำลังนั่งๆ จิบ ''กาแฟรสเลิศ'' ที่ไม่จำเป็นต้องมี ''บุหรี่'' เพราะเลิกมาเกือบสิบปีแล้ว กับ คอลัมน์ขาใหญ่ปลายซอยอย่าง เปลว สีเงิน แม่ยายก็เดินเข้ามาทัก...''คุณเตี้ย..เพื่อนคุณไปอีก คนแล้วนะ รู้ข่าวหรือเปล่าใคร''
''ก็ใครล่ะครับ''
''ไมเคิล แจ็คสัน'' ก็ได้แต่อุทาน...อ้าวไปเสียอีกหนึ่งซะแล้ว เปิดเน็ตซีเอ็นเอ็นดู แถม นางฟ้าชาลี ฟาร์ร่า ฟอว์เซ็ท อีกคนจากมะเร็งเฮงซวย.. นี่สิของจริง...สำคัญมั่นคงคือความตาย
ดีเหมือนกันจะได้เลิกเห็นข่าว พ่อลูกทะเลาะกันในสื่อเสียที
สงสารประสาทสัมผัสของตัวเองกับข่าวเฮงซวยพรรค์อย่างน ี้.
Tags: กับ, กาแฟ, สำคัญมั่นคงคือความตาย0 Comments